ภาพรวมการประกอบธุรกิจ

โครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่มบริษัท ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2560

บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลขึ้นเมื่อ 4 เมษายน 2546 ภายใต้ชื่อ บริษัท มีเดีย เน็ตเวิร์ก รีเทล จำกัด โดยคุณสามารถ ฉั่วศิริพัฒนา โดยใช้เครื่องหมายการค้าและบริการ “Media Network Home Entertainment” เพื่อประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าสื่อโฮมเอนเตอร์เทนเมนท์ (Home Entertainment) ประเภท ภาพยนตร์และ เพลง รวมทั้งสิ่งพิมพ์ต่างๆ เช่น เทป (“Tape”) ซีดี (“CD”) วีซีดี (“VCD”) ดีวีดี (“DVD”) รวมทั้ง หนังสือ นิตยสาร วารสาร หนังสือพิมพ์ พ็อกเก็ตบุ๊ค และต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2553 บริษัทได้เปลี่ยนแปลงเครื่องหมายการค้าเป็น “DNA ENJOY EVERYDAY” และ จดทะเบียนเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัทเป็น “บริษัท ดีเอ็นเอ 2002 จำกัด” ในปีเดียวกัน

ตั้งแต่ปี 2546 ถึงปัจจุบัน บริษัทมีการจัดจำหน่ายสื่อโฮมเอนเตอร์เทนเมนท์อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ภาพยนตร์ เพลง ที่ถูกต้อง ตามลิขสิทธิ์ในรูปแบบบลูเรย์ ดีวีดี วีซีดีและซีดี และสินค้าประเภทสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์ นิตยสารรายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือน และพ็อกเก็ตบุ๊ค เป็นต้น เพื่อให้สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ทั้งสาขาของบริษัทเอง และผ่านร้านร่วมบริการ เช่น ใน โลตัส เอ็กซ์เพรส (Lotus Express) และในบิ๊กซี มินิ (Big C Mini) ส่งผลให้รายได้และผลการดำเนินงานของบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในปี 2553 บริษัทได้เริ่มขยายขอบเขตการประกอบธุรกิจไปยังธุรกิจสื่อโฆษณาและบันเทิงเพื่อกระจายความเสี่ยงในการดำเนิน ธุรกิจของบริษัท และเล็งเห็นว่าธุรกิจสื่อโฆษณาและบันเทิงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตและสามารถเสริมกับธุรกิจ หลักของบริษัทได้

ในปี 2554 บริษัทได้ปรับโครงสร้างการประกอบธุรกิจของกลุ่มบริษัทโดยจัดตั้งบริษัทย่อยคือ บริษัท ดีเอ็นเอ เรฟโวลูชั่น จำกัด เพื่อบริหารจัดการธุรกิจสื่อโฆษณาและบันเทิงบริษัท และได้เริ่มธุรกิจสื่อโฆษณาและบันเทิงโดยการเข้าลงทุนในบริษัท สมอลล์รูม จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจการผลิตและสร้างสรรค์ผลงานดนตรีทั้งในรูปแบบงานเพลงประกอบโฆษณา ภาพยนตร์ ละคร และอัลบั้มของศิลปินดนตรีแนวอินดี้ต่างๆ นอกจากนี้กลุ่มบริษัทยังได้เริ่มธุรกิจบริหารจัดการช่องสัญญาณวิทยุ โดยทำสัญญากับ บริษัท เอ.ซี.เรคคอร์ด จำกัด ในการร่วมผลิตและบริหารจัดการช่วงเวลาโฆษณาในช่วงข่าวต้นชั่วโมงทางสถานีวิทยุกระจายเสียง แห่งประเทศไทยของกรมประชาสัมพันธ์

จากนั้นในปี 2555 กลุ่มบริษัทได้ยื่นขออนุญาตเสนอขายหุ้นสามัญให้แก่ประชาชน (IPO) โดยออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 80 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยมีวัตถุประสงค์การเพิ่มทุนเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ทำให้บริษัท มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งสิ้น 160 ล้านบาท และได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2555

และในปี 2559 บริษัทได้พัฒนาธุรกิจไปยังกลุ่มเทคโนโลยีสื่อสารและจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่/โทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ ต่อพ่วงโดยสินค้าประเภทเทคโนโลยีและโทรศัพท์มือถือ ถือเป็นสินค้าหลักของกลุ่มบริษัทมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 61.83 ของ รายได้รวมของกลุ่มบริษัทตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งนี้ ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของกลุ่มบริษัท จะเป็นลูกค้าบุคคลทั่วไป ที่มีความสนใจ ในสินค้าประเภทเทคโนโลยีที่ทันสมัยและต้นทุนสามารถควบคุมได้ โดยกลุ่มบริษัทใช้ กลยุทธ์ในการเพิ่มจุดจำหน่ายสินค้าเป็นกลยุทธ์ หลักในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากด้วยสินค้าของกลุ่มบริษัทเป็นสินค้าตามสมัยที่เน้นด้านเทคโนโลยีและความต้องการ ของลูกค้าในช่วงเวลานั้น ดังนั้น การกระจายจุดจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างนั้น จะเป็นการเพิ่มศักยภาพใน การเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อการขยายตัวและการเติบโตของกลุ่มบริษัท โดย ณ สิ้นปี 2560 กลุ่มบริษัทมีจุดจำหน่ายสินค้ากว่า 84 จุดโดยเป็นร้านค้าปลีกของบริษัท ที่บริษัททำการเช่าพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าต่างๆ

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทดำเนินธุรกิจจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม ประเภทขนมหวาน และเบเกอรี่ โดยใช้กลยุทธ์ในการเพิ่ม จุดจำหน่ายสินค้าเป็นกลยุทธ์หลักในการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากด้วยสินค้าเป็นสินค้าบริโภคที่เน้นจัดจำหน่ายให้กะ ผู้บริโภคในพื้นที่ต่างๆ การกระจายจุดจำหน่ายสินค้าให้ครอบคลุมพื้นที่เป็นบริเวณกว้างนั้น จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการเข้าถึง ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้น และส่งผลต่อการขยายตัวและการเติบโตของกลุ่มบริษัทโดย ณ สิ้นปี 2560 กลุ่มบริษัท มีจุดจำหน่ายสินค้ากว่า 64 จุดจำหน่าย โดยเป็นร้านค้าปลีกของบริษัท ที่บริษัททำการเช่าพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าต่างๆ และเป็น ร้านค้าแฟรนไชส์ให้กับผู้ประกอบการทั่วไป

ณ 31 ธันวาคม 2560 บริษัทฯ มีทุนจดทะเบียน 383,775,650.00 บาทและทุนชำระแล้ว 264,583,296.00 บาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญจำนวน 5,291,665,920 หุ้น มูลค่าต่อหุ้นที่ตราไว้ 0.50 บาท

ทั้งนี้ ในปี 2560 ถือเป็นอีกหนึ่งปีสำคัญที่บริษัทฯ ได้มีการปรับเปลี่ยนองค์กรในหลายด้าน ทั้งการจัดโครงสร้างธุรกิจให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ทำงานได้อย่างเต็มความสามารถ นอกจากนี้ ยังมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริหารจัดการภายในองค์กร พร้อมปรับกลยุทธ์การบริหารธุรกิจใหม่ให้สอดรับกับสภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงทาง เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่เป็นตัวกระตุ้นให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยบริษัทมีแผนการดำเนินธุรกิจโดยยังมุ่งมั่น จะแสวงหาธุรกิจใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ให้มั่นคง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้ปรับเปลี่ยนร้านจำหน่ายซีดี และดีวีดี มาเป็นร้านค้าภายใต้ชื่อ “KingKong Phone” เพื่อดำเนินธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์สื่อสาร และ Accessory ต่างๆ ของระบบแอนดรอยด์เป็นหลัก ซึ่งปัจจุบัน ได้มีการขยายร้านค้าเพิ่มเป็น 84 ร้านค้า จากปีที่ผ่านมามีจำนวนทั้งสิ้น 37 ร้านค้า

นอกจากนี้ บริษัทได้เริ่มมีการขยายกิจการในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มดำเนินการโครงการวางระบบประปา เพื่อบริหารจัดการน้ำบนพื้นที่เกาะเสม็ด ซึ่งบริหารจัดการโดย บริษัท เสม็ดยูทิลิตี้ส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือของบริษัท เป็นระยะเวลา 25 ปี ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อบริษัทฯ เนื่องจากโครงการดังกล่าวถือว่ามีศักยภาพสูงในการสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง ให้กับบริษัทต่อไปในอนาคต

แม้ว่าบริษัทฯ จะมีการขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง บริษัทก็ยังคงยึดหลักให้ความสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและ มั่นคง รวมถึงมีความแน่วแน่มาโดยตลอดในเรื่องการบริหารงานอย่างโปร่งใส ให้ความสำคัญกับการต่อต้านการทุจริตและคอรัปชั่น และยึดหลักการธรรมาภิบาลในการบริหารงานเพื่อผลักดันให้บริษัทฯ เป็นองค์กรที่ปฏิบัติงานด้วยความจริงใจ ตรงไปตรงมา มีความ ซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งจะเป็นผลดีต่อองค์กร พนักงาน ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียอื่นๆ ในระยะยาว